Get Adobe Flash player

ข่าวประชาสัมพันธ์



พพ.โชว์ ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป บนอาคารจอดรถ 8 ชั้น เก็บข้อมูลการประหยัดไฟฟ้า

 

(View:49)


วันที่ 2018-04-12

 

ภาพข่าวสาร/กิจกรรม


  

พพ.โชว์โมเดลนำร่อง ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป กำลังผลิต 75 กิโลวัตต์ บนหลังคาอาคารจอดรถ 8 ชั้น เพื่อเก็บข้อมูลระบบบริหารจัดการการจ่ายไฟฟ้าที่เหมาะสม และก่อให้เกิดผลประหยัดมากที่สุด คาดเริ่มจ่ายไฟฟ้าใช้เองภายในกรมฯ ได้เดือน พ.ค. 2561 นี้ ตั้งเป้าประหยัดค่าไฟฟ้า 4 แสนบาทต่อปี พร้อมนำข้อมูลเผยแพร่สู่ประชาชนเมื่อผลทดสอบประสบความสำเร็จ เพื่อขยายผลการติดตั้ง

 นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) เปิดเผยว่า พพ. ได้ทดลองติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์รูฟท็อป) ขนาดกำลังผลิต 75 กิโลวัตต์ บนหลังคาอาคารจอดรถ 8 ชั้น ของ กรมฯ ซึ่งมีพื้นที่กว่า 800 ตารางเมตร  โดยมอบหมายให้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นดำเนินการ ภายใต้ “โครงการพัฒนาและทดสอบการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานทดแทนด้วยเทคโนโลยีการบริหารจัดการสภาวะการเปลี่ยนแปลงความต้องการใช้ไฟฟ้าในหน่วยงานราชการในเขตการไฟฟ้านครหลวง” โดยใช้งบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานประมาณ 10 ล้านบาท

 โครงการดังกล่าว เป็นการนำร่องทดสอบและเก็บข้อมูลระบบบริหารจัดการการจ่ายไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปที่เหมาะสม และก่อให้เกิดผลประหยัดมากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันมีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปกันเป็นจำนวนมาก แต่ในประเทศไทยยังไม่เคยมีผลการศึกษาว่าควรเปิดและปิดการไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปแบบไหนที่จะช่วยให้ประหยัดได้จริงโดยเฉพาะในหน่วยงานราชการ  

 “ปัจจุบันประเทศไทยใช้ระบบค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้ หรือ TOU คือหากใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 09.00 น. เป็นต้นไปค่าไฟฟ้าจะแพง แต่ถ้าใช้หลัง 22.00 น. ค่าไฟฟ้าจะถูก  ดังนั้นการใช้ไฟฟ้าของหน่วยงานราชการที่จะเริ่มเปิดใช้ไฟฟ้ากันในช่วงหลัง 9 โมงเช้า ทำให้ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพง โดยเฉพาะการเปิดเครื่องปรับอากาศหรือ แอร์ ที่ใช้พลังงานมากและกินไฟสูง  ดังนั้นจะมีการทดสอบว่าเมื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปแล้ว และให้ทดลองเปิดแอร์ก่อน 9 โมงเช้าด้วยระบบโซล่าร์รูฟท็อป และปิดใช้ไฟที่ผลิตจาก โซลาร์รูฟท็อปในเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้เกิดการประหยัดค่าไฟฟ้าได้ดีกว่า การเปิดใช้โซลาร์รูฟท็อป ตลอดทั้งวันหรือไม่ ”

ทั้งนี้หากผลการศึกษาได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทาง พพ.จะนำไปเผยแพร่ให้หน่วยงานราชการรวมถึงประชาชนได้รับทราบข้อมูลและนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมต่อไป รวมถึงการส่งผลสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายรัฐบาลเพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงานได้มากขึ้นด้วย

 สำหรับโครงการดังกล่าว คาดว่าจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเพื่อใช้เองภายในองค์กรได้ประมาณเดือน พ.ค. 2561 นี้  โดยพพ.ตั้งเป้าว่าจะช่วยให้เกิดการประหยัดไฟฟ้าได้ 4 แสนบาทต่อปี จากปัจจุบัน พพ.จ่ายค่าไฟฟ้าอยู่ประมาณ 4.2 แสนบาทต่อเดือน  ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลการศึกษาดังกล่าวได้ประมาณกลางปี 2561 นี้ด้วย 

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center -ENC) รายงานว่า สำหรับอัตราค่าไฟฟ้า ตามช่วงเวลา ของการใช้ หรือ TOU (Time of Use Rate) เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2540 ปัจจุบันกำหนดช่วง On Peak ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00-22.00 น. และช่วง Off Peak ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 22.00-09.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดราชการ (ไม่รวมวันหยุดชดเชย) ทั้งวัน โดยจะใช้สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า กิจการเฉพาะอย่าง (กิจการโรงแรม) และผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ตั้งแต่ 250,000 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป หรือใช้พลังไฟฟ้าเกินกว่า 1,000 กิโลวัตต์ขึ้นไป  โดยราคาค่าไฟฟ้า On Peak จะอยู่ระหว่าง 2.6-2.8 บาทต่อหน่วย และOff peak จะอยู่ที่ 1.1-1.2 บาทต่อหน่วย ขึ้นกับแรงดันไฟฟ้า